Category Archives: Post

พระราชวังโกเลสตาน Golestan Palace พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ในเตหะราน

หากพูดถึงพระราชวังที่มีพิพิธภัณฑประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ในยุคสมัยของกษัตริย์คาจาร์ เมืองเตหะราน ประเทศอิหร่านที่มีชื่อเสียงมากที่สุด หลายคนคงจะนึกถึง “พระราชวังโกเลสตาน” ไม่มากก็น้อย ซึ่งใครที่ได้ลองเข้าไปเยี่ยมชมมาแล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายิ่งใหญ่ สวยงาม และมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย เหมาะแก่การเก็บภาพสวยๆ ไว้อวด ไว้เป็นที่ระลึก เผื่อใครยังไม่เชื่อเราการันตีให้ได้ว่าน่าไปเยือนจริงเพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโกเรียบร้อยแล้ว

พระราชวังโกเลสตาน Golestan Palace

พระราชวังโกเลสตาน (Golestan Palace) หรืออีกชื่อว่า วังสวนกุหลาบ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเตหะราน ประเทศอิหร่าน ถูกสร้างขึ้นในยุคสมัยของกษัตริย์คาจาร์ ศตวรรษที่ 19 เพื่อให้กษัตริย์ได้ประทับอยู่อาศัย มีความกว้างมากเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ดอกโตอันงดงาม ด้านหน้าพระราชวังมีอ่างน้ำที่ทำจากหินอ่อนขนาดใหญ่ น้ำเป็นประกายสีน้ำเงินสวยงาม ใกลั้บพระราชวังรายล้อมไปด้วยตำหนักอีก 7 ตำหนัก ถูกสร้างให้อยู่ในลักษณะคลาสสิคเอนไปทางยุโรป แต่หากลองย้อนไปเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 พระราชวังแห่งนี้เคยมีป้อมสูงเพื่อไว้สำหรับส่องดูข้าศึก และใช้เป็นสถานที่อาบน้ำรูปแบบเติร์ก ถือเป็นพระราวังที่เก่าแก่ของชาวเปอร์เซีย ส่วนเรื่องลักษณะอาคารถูกดัดแปลงเมื่อกษัตริย์นัสเซอร์ อัล-ดิน ชาห์ ราชวงศ์คาจาร์ ได้เสด็จไปตามแถบยุโรปเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมจึงประทับใจแล้วกลับมาปรับปรุง ก่อสร้างผสมไปกับการใช้ชีวิตของผู้คนชาวอิหร่าน จึงได้เป็นพระราชวังแบบคลาสสิคดังกล่าวนี้ขึ้น

ในปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ยังคงใช้รอบรับแขกอาคันตุกะหรือแขกผู้ที่มาเยี่ยมเยือนในประเทศอยู่ ซึ่งหากจะขึ้นด้านบนต้องเดินขึ้นไปตามขั้นบันไดให้ถูกทางตามที่กำหนดเอาไว้ มีการตกแต่งหินอ่อนไว้อย่างระยิบระยับ วิบวับสวยงาม ไม่ธรรมดาแต่ละห้องแต่มีการพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเปิดดูได้ ซึ่งการตกแต่งในแต่ละห้องจะประดับประดาด้วยหินอ่อนแบบเนื้อแข็งและเพชร สร้างความสวยหรู คลาสสิคอลังการมาก โดยจะมีการจัดแสดงงานไว้ในแต่ละห้องที่แตกต่างออกไป เช่น ภาพวาดเสมือนจริงที่ใช้มือในการขีดเขียนขึ้นติดไว้ตามฝาผนัง กรอบรายล้อมวิจิตร ประณีต เครื่องถ้วยชามหายาก โต๊ะเคลือบ ของกำนัลที่ประเทศต่างๆ นำมาถวายให้กษัตริย์ ฯลฯ เด็ดๆ อย่าบอกใคร ไฮไลท์ที่ใครเมื่อมาถึงต้องไปเยี่ยมชมก็คือ บัลลังค์นกยูง และเตียงนอน ที่นำไปวางตั้งไว้ในห้องโถงใหญ่ ด้านหลังสุด ในอดีตเคยนำบัลลังค์ที่ว่ามาใช้ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์อย่างพิธีสวมมงกุฎ ซึ่งตัวบัลลังค์จะมีพลอยชนิดเนื้ออ่อนถูกปักเรียงรายสวยงาม ถามว่าได้รับมาจากไหนตอบได้นะโดยโรงงานในเมืองเดลลี่ ประเทศอินเดีย ที่เป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตเครื่องใช้จำพวกนี้ ซึ่งมีชาวคณะทูตของอิหร่านเป็นผู้นำเข้า (คณะทูตอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำนาเดอร์ ชาร์)

สำหรับใครที่เข้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพความสวยงามได้เลย เก็บกันชนิดที่ว่าไม่หวาดไม่ไหวไม่ต้องกลัวผิดกฎ ผู้ที่รักในการถ่ายภาพ ร่วมเฟรมคือสุดปังแน่นอน แสงสะท้อนจากหินอ่อน เครื่องพลอยต่างๆ ระยิบระยับเข้ากล้องขั้นสุด โดยผู้ที่สนใจมาเยี่ยมชมสามารถเข้าชมตามอาคารทั้ง 7 ได้เลย ถ้าเดินไหวเพราะแต่ละอาคารน่าเดินให้ทั่วมากจริงๆ

เมื่อรู้แบบนี้แล้วใครที่ลังเล หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวอิหร่าน ไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ดีไหม หรือกำลังคิดอยู่ว่าจะไปเยี่ยมยชมพิพิธภัณฑ์ไหนดี “พระราชวังโกเลสตาน” แห่งนี้ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย หรือใครมีโอกาสไปเยี่ยมเยือนประเทศอิหร่านก็อย่าลืม!! แวะไปเยี่ยมชมความสวยงามที่นี่ได้

ประชาชนในเตหะราน นับถือศาสนาอะไร

ในทุกๆ ประเทศผู้คนจำนวนไม่น้อยล้วนมีศาสนานับถือ เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งบางศาสนาแค่เห็นชุดที่สวมใส่ก็พอจะเดาออกได้ว่าผู้คนเมืองนั้นนับถือศาสนาอะไรแล้ว และหากพูดถึง “เตหะราน” เมืองหลวงของประเทศอิหร่านล่ะ พอจะเดาออกได้หรือไม่ว่าว่าประชาชนในเมืองหลวงแห่งนี้ นับถือศาสนาอะไร?

การนับถือศาสนาของประชาชนในเตหะราน

“เตหะราน” ในภาษาเปอร์เซียแปลได้ว่าอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น แน่นอนว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะหากใครได้ลองเข้าไปสัมผัสในเมืองเตหะรานจะเห็นผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ พูดจาเป็นกันเอง ถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งพอลองสังเกตการแต่งกายโดยเฉพาะผู้หญิงจะพบอีกว่านุ่งเสื้อผ้ามิดชิด มีผ้าคลุมฮิญาบปกปิดด้วย บางครอบครัวที่เคร่งครัดมากๆ ก็จะมีการสวมชุดคลุมดำปกปิดไปหมดทั้งตัว อธิบายการแต่งกายมาขนาดนี้พอจะเดากันได้หรือยังว่าประชาชนในเตหะรานนับถือศาสนาอะไร? บอกให้ก็ได้ ว่าประชาชนเตหะรานที่มีมากถึง 15ล้านคน ส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาอิสลาม อยู่ในนิกายชีอะห์ ซึ่งถือเป็นประเทศมุสลิมที่เคร่งครัดมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเวลาเดินไปแห่งหนไหนในเมืองเตหะรานจึงพบว่าผู้หญิงถึงแต่งตัวปกปิดมิดชิดแทบทั้งร่างกาย เห็นเพียงตา 2 ข้างเท่านั้น

เมืองหลวงเตหะรานจัดว่าเป็นเมืองที่น่าสนใจไม่เบา นอกจากผู้คนที่เป็นมิตร การแต่งกายที่ดูจะเคร่งครัดตามศาสนาแล้ว สถานที่ต่างๆ ก็เยี่ยมยอด น่าไปเยือนไปเป็นที่สุด ไม่ว่าจะ หอคอยมิลาด ซึ่งเป็นหอคอยที่สูงมากชนิดที่ถูกจัดอยู่ใน 10 หอคอยที่สูงที่สุดของโลก หากได้ลองขึ้นไปแล้วต้องร้องว้าว เพราะสามารถมองเห็นเมืองเตหะรานทั้งเมือง 360 องศา ยิ่งใหญ่ตระกานตามาก อีกหอคอยที่น่าไปเยือนด้วยก็คือหอคอยอาซาดี เป็นหอคอยที่ตั้งอยู่กลางวงเวียนใหญ่ รอบๆ มีความสวยงาม อย่าง น้ำพุที่ตั้งอยู่ด้านหน้า สวนสาธารณะกลางเมือง Park-e Shahr ไม่อาจไม่สวยที่สุดแต่ทำให้เห็นการใช้ชีวิตของคนเมืองเตหะรานมากที่สุด โดยหอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1971 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติมุสลิมและเป็นการฉลองอาณาจักรเปอร์เซียที่ครบรอบยาวนาน 2,500 ปี

เตหะรานยังมีพระราชวังที่สำคัญๆ มากมาย ทั้ง พระราชวังโกเลสตาน หรืออีกชื่อว่าพระราชวังสวนกุหลาบ ที่ได้ชื่อนี้เพราะในพระราชวังมีการปลูกดอกไม้สีสันสดใสขนาดใหญ่นั่นเอง ทั้งยังถูกตกแต่งภายในไว้อย่างสวยงาม ได้แก่ ศิลปะแบบเปอร์เซีย ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนพระราชวังเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมกับองค์การยูเนสโกอีกด้วย ทั้งบางส่วนในพระราชวังก็ยังเปิดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ผู้คนสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ อีกพระราชวังที่สวยงามมีผู้คนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายก็คือ พระราชวังซาดาบัด มีความร่มรื่นและรายล้อมด้วยพระราชวังขนาดเล็ก

หรือถ้าใครสนใจงานศิลปะร่วมสมัยก็ไปเยี่ยมเยือนที่สวนสาธารณะ Park-e Laleh ได้ เต็มไปด้วยผลงานศิลปะของศิลปินเก่าแก่ อย่าง ปาโบล ปิกัสโซ, อ็องรี มาติส และฟาน ก็อกฮ์ รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่ของอิหร่านด้วย หรือถ้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วยังไม่ถูกใจไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติอิหร่านได้เลยนะ เพราะมีการเก็บรวบรวมวัตถุโบราณ รูปปั้นคนสำคัญ เครื่องมือเครื่องใช้ กว่า 3 แสนชิ้น อายุบางชิ้นก็มากถึง 4,000 ปี บางชิ้นเป็นสมบัติของโลกไม่สามารถประเมินค่าใดได้ หรือถ้าใครเบื่อพิพิธภัณฑ์แล้ว แต่อยากสัมผัสการใช้ชีวิตของชาวมุสลิม หรือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายชีอะห์ และอยากลองชิมอาหารพื้นเมือง เลือกซื้อของฝากแปลกๆ ไปกันได้ที่ตลาดนัด Jomeh ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Joumbouri Avenue

เมืองหลวงเตหะราน ประเทศอิหร่านถือว่าน่าสนใจไปท่องเที่ยว พบปะผู้คนไม่น้อย เพราะผู้คนที่นี่แม้ว่าจะแต่งกายมิดชิด แต่ก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจ มีน้ำใจ เป็นมิตร ลบภาพประเทศอันแสนน่ากลัวไปได้เลยล่ะ